วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553

Silpakorn

ก่อนหน้าที่จะเข้ามาเรียนที่ศิลปากร คิดอยู่เสมอว่าจะเรียนทำไม เรียนไปเพื่ออะไร? ทั้งๆที่ประสบการณ์ทำงานเกือบ 4 ปีในด้านสาขาที่เรียนนั้นก็น่าจะเพียงพอต่อการประกอบอาชีพ

แต่จากวันที่สมัครเข้ามาเรียนจนถึงวันนี้ ทำให้รู้ว่า ถ้าวันนั้นตัดสินใจจะไม่เรียน จะเพราะมั่นใจในประสบการณ์หรือเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เหมือนทำให้เราปิดโอกาสการพัฒนาตัวเองบางอย่าง

แน่นอน ผมไม่ได้คนระดับ Genius หรือเป็นคนที่เกิดมาเพื่อเป็นดีไซน์เนอร์ใหญ่ ปรากฏหน้าอยู่ในแมกกาซีนดีไซน์ ดูเก๋ไก๋

แต่สิ่งที่ผมเป็นอยู่ทุกวันนี้ได้ เกิดจากความพยายามทั้งสิ้น เพราะอย่างว่า โดยพื้นฐานเอง ผมไม่ได้จบสถาบันที่มีคณะด้านการออกแบบที่มีชื่อ การทำงานเลยต้องดูเหมือนพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว

แต่การพยายามนี้ไม่ใช่เพราะเป็นการเอาชนะ หรือเพื่อประสบความสำเร็จใดๆ แต่เพียงเพราะผมรักอาชีพนี้ และอยากทำมันให้ดีที่สุด ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นผลดีต่อบริษัท ตัวลูกค้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันเกิดขึ้นกับตัวผมเอง

การเข้ามาเรียนที่ศิลปากรเหมือนกับเป็นการมอนิเตอร์ตัวเองว่าตลอดเวลาที่เราได้ใช้ความรู้นั้น มันเป็นการเดินมาถูกทางหรือไม่ รวมถึงการรีเสิทหรือการออกแบบนั้น แน่นอนสิ่งที่เราเสนอให้ลูกค้าออกไปมันมีแต่สิ่งที่เรียกว่า output

แต่กระบวนการล่ะ?? จะมีคนคอยบอกเราหรือเปล่าว่า กระบวนการที่เราทำมามันถูกต้องจริงๆ

บางคนได้บอกผมว่าการเรียนปริญญาโทเหมือนเป็นการพิสูจน์ทฤษฏีที่เคยได้รับรู้มา

ตอนนี้ผมกำลังพิสูจน์อยู่และหวังว่าผมคงจะไปได้ถูกทาง โดยมีอาจารย์ทั้งหลายที่เป็นเหมือนลูกค้าคอยช่วยขัดเกลา

4 เดือนในรั้วของศิลปากร กับ 4 ปีในการทำงาน คงจะช่วยให้ผมเดินหน้าก้าวต่อไปในสายอาชีพนี้ได้อย่างดีเลยล่ะ

ขอบคุุณศิลปากร

:)



1 ความคิดเห็น: