คว้าโทรศัพท์ได้ปุ๊ป ถึงรู้ว่าเป็นพี่สาวโทรมานั่นเอง
จากการที่คุยด้วยอาการที่งัวเงีย จับใจความได้ว่า
พี่แจงเกิดอาการเบื่อ ไม่อยากอยู่บ้าน เลยอยากหาอะไรทำ
"เปิดร้านขายเสื้อผ้าดีไหมแก?"
"ต้องดูทำเลว่ะพี่แจง และต้องเลือกเสื้อผ้าเก่งๆด้วยนะ"
"และต้องอัพเดทแฟชั่นตลอดเวลาด้วยนะผมว่า พี่แจงจะไหวเหรอ?" ผมโยนคำถามกลับ
"อืมมมม...ไม่อยากเหนื่อยมากอ่ะแก เพราะยังไงพี่ต้องดูลูกด้วย"
......ผมคิดไม่ถึง 2 วิ ก่อนที่จะชวนพี่แจงเปิดร้านกาแฟ
ร้านกาแฟกับออฟฟิสกึ่งแกลอลี่ที่ผมอยากทำมานาน
"แต่ชั้นไม่กินกาแฟนะแก ชงก็ห่วยด้วย"
"ผมก็ไม่กินนะพี่แจง ชงก็ไม่อร่อยอ่ะ ก็ยังอยากเปิดเลย ไปหาที่เรียนชงกาแฟก็ได้"
"แต่ต้องหาทำเลดีๆนะ และต้องลงทุนกันค่าตกแต่งหน่อย อาจจะหนักช่วงแรก แต่ถ้าอยู่ตัวแล้วมันน่าจะไปได้เรื่อยๆ โดยที่ไม่เหนื่อยมากนะ ผมว่า" ผมร่ายยาว
"อืม ก็น่าสนใจนะเพราะพี่เก่ง(แฟนพี่แจง)ก็กำลังอยากเปิดเหมือนกัน และเขาก็จะช่วยลงทุนให้ด้วย"
"โห จิงดิ จริงๆก็ดีนะพี่แจง เพราะผมอยากให้แม่มีอะไรทำหลังเกษียญน่ะ"
"อืมจริงๆ พี่คิดไปคิดมาว่า ทำร้านเสื้อผ้าเงินอาจดีนะ แต่ดูน่าจะเหนื่อย"
"แล้วชอบแบบไหนอ่ะ เงินดีแต่เหนื่อยกับ เงินน้อยแต่สบายใจ" ผมถามเล่นๆ
"พี่ขอสบายใจว่ะ รายได้ไม่ต้องเยอะหรอก พอค่าเช่า คืนทุนก็ดีแล้ว"
"เออ เหมือนกันอ่ะพี่แจง ฮ่าๆๆ"
"แล้วแกทำไมถึงอยากเปิดร้านกาแฟล่ะ ไม่ค่อยกินกาแฟไม่ใช่เหรอ"
.........ผมจึงได้เล่าความฝันของผมให้พี่แจงได้ฟังว่าทำไมถึงอยากเปิดร้านกาแฟ เล่าถึงภาพในหัวคร่าวๆว่าร้านน่าจะบรรยากาศยังไง
"ก็ดีนะแก อาทิตย์หน้าไปดูกันมั้ย ร้านกาแฟในแบบที่แกชอบ"แล้วก็ไปหาทำเลเช่าด้วยเลย"
"โอเคพี่แจง อาทิตย์หน้าเจอกัน"
"เออ ลูกพี่ตื่นพอดี แค่นี้ก่อนนะ"
"ครับ"
เสียงปลายสายได้วางลงไป ผมยังนอนคิดเรื่องร้านกาแฟของผมอยู่ว่าหน้าตาเป็นยังไงบ้าง ผมลุกจากเตียง มานั่งหาขอมูลเกี่ยวกับการเปิดร้าน ข้อมูลที่เรียนชงกาแฟ และอื่นๆ
ได้มีโอกาสทำตามความฝันแล้วสินะ....
;)
good idea i'll sold noodle front of there na eiei
ตอบลบwelcome anytime ;)
ตอบลบ