วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

....


นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมไม่ได้ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเธอ

และไม่รู้จะต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

อาจจะตลอดไปก็ได้

ใครว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ใจของผมก็ยังคงรักคนๆเดิม

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ผมสามารถทนกับความเหงาที่เข้ามาทักทายเป็นระยะๆได้

.....

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

ตกรอบ


วันนี้ได้คุยกับเพื่อนที่ไปสัมภาษณ์งานที่ฮอนด้ามาด้วยกัน

เพื่อนได้รับการติดต่อให้เข้ารับการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายกับทางบริษัท

ซึ่งหมายความว่าเขายิ่งเดินเข้าใกล้สู่บริษัทใหญ่เข้าไปทุกที

ซึ่งตัวผมยังไม่ได้รับโทรศัพท์ประเภทนั้นเลยตั้งแต่เมื่อวาน

ซึ่งหมายความว่าผมคงตกรอบตั้งแต่การสัมภาษณ์รอบแรก



ลองมานั่งคิดดูว่าทำไมเราถึงอยากเข้าบริษัทใหญ่

ทำไมเราถึงอยากจะทำงานในที่ๆไกลๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่อาจจะไม่ได้ชอบมากมายนัก

หรือเพราะเราอยากให้ทุกคนยอมรับว่า เรามีความสามารถพอที่จะเข้าไปทำงานที่นั่น

จะยังไงก็แล้วแต่ ผมไม่ได้คิดต่อไปข้างหน้ากับบริษัทแห่งนี้อีกแล้ว

สิ่งที่ผมต้องทำคือ ทำงานที่มีอยู่ในมือให้ดีที่สุด และเรียนให้จบ

อย่างน้อยผมก็ได้กลับมาทำสิ่งที่แม่ของผมอยากให้ผมทำ

คุณค่าของเราไม่ได้อยู่ที่การเข้าไปทำประจำอยู่ในบริษัทใหญ่โต

แต่คุณค่าของเราก็คือการที่เราได้ตั้งใจกับงานที่เรามีอยู่และให้มันออกมาดีที่สุด

ก็เท่านั้นเอง

ลาก่อนนะฮอนด้า เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว หนึ่งวันที่ผ่านมาทำให้ฉันได้ประสบการณ์ดีๆเพิ่มขึ้นมาอีกนิด

:D

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

สัปดาห์


สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งสัปดาห์ที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

ต้องค่อยๆทยอยเครียงาน 2 งานให้เสร็จ พร้อมกับสอนวิชากราฟิคที่ธรรมศาสตร์

พร้อมกับต้องเตรียมตัวทำงานส่งที่ฮอนด้า เพื่อที่ใช้ประกอบกับการสัมภาษณ์งาน

พร้อมทั้งกับมีงานแทรกมากมาย

ร่างกายที่มันอ่อนแออยู่แล้วถึงกับป่วย....ล้า

สิ่งที่ได้มาคือ การที่ได้รับประสบการณ์ใหม่จาการสอนคอมพิวเตอร์กราฟิค

การพูดให้คนเชื่อถือเรา เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขา และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เพราะเวลาสอนก็แถไปเยอะเหมือนกัน ฮ่าๆๆ

ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่ได้คือการที่ไปสัมภาษณ์กับบริษัทใหญ่ของประเทศ

ไม่แปลกที่จะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยจนเรานึกตลก

เวลาให้คนนอกเดินเข้าไปต้องให้ติดปลอกแขนที่แดง อารมณ์คล้ายกัปตันทีมฟุตบอล

ได้รับความกดดันจากคำถามที่ยิงเข้ามาจากฝ่าย HR

ได้รับน้ำใจจากพี่ๆที่คอยมาดูแล

ได้เพื่อนใหม่จากที่เป็นคู่แข่งที่ต้องมาสัมภาษณ์พร้อมกัน

ถึงแม้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ไม่เสียใจแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าวันนี้ผมไเ้ทำเต็มที่แล้ว

ถึงบ้านกลับมานอนสลบ

ก่อนนอนคิดว่าพรุ่งนี้จะไปดูหนังเรื่องอะไรดีน้า

:D

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2553

พอ


พอแล้ว

ไม่เอาแล้ว

เราเหนื่อยกับเรื่องนี้มาพอแล้ว

ขอหยุดแต่เพียงเท่านี้

.....


เชือก และ ปม

เมื่ออาทิตย์ก่อนอ่านเจอข่าวในอินเตอร์เนต
มีเด็กนักศึกษามหาลัยแห่งนึงได้ทำการจบชีวิตตัวเอง
เหตุอันเนื่องมาจากความรัก
ผมลองมานั่งนึกดูว่า
สิ่งใดกันแน่ที่ผลักดันเขาไปสู่เส้นทางอันน่าเศร้า
ความรักเหรอ ?
ผมว่าไม่หรอก ความรักมันออกจะสวยงาม
ตอนเรามีมัน ดูช่วงนั้นชีวิตช่างมีความสุขแสนเหลือเกิน
แต่พอมันเดินจากเราไป ชีวิตเรามีแต่ความเสียใจและผิดหวัง
เพราะอะไรกันแน่ เราถึงต้องเสียใจ ?
เพราะเรากำลังคาดหวังอนาคตอันแสนสวยงามจากใครคนนึงงั้นเหรอ
บ้าน่า.. มันเป็นเรื่องของอนาคต จะมีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
การที่เราจะผูกติดชีวิตไว้กับใครสักคน มันอาจจะไม่ใช่เรื่องถูกหรือผิด
แต่คนที่คิดจะผูกเงื่อนนั้น ต้องทำใจยอมรับผลกระทบจากความคาดหวัง
และเป็นการยากที่คิดจะคลายเชือกเส้นนั้น นอกซะจากต้องตัดมันซะ
ผมก็ไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วอะไรเป็นสิ่งที่ทำร้ายเรากันแน่
แต่ผมเชื่อในสิ่งนึงว่าอย่างน้อย
ความรักไม่ได้ทำร้ายเราหรอก
ความคาดหวังต่างหากที่ทำร้าย...

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

คู่ชีวิต


มอบชีวิตไว้ให้กัน ให้เธอนั้นช่วยดูแล

จงรักษาไว้ให้มันดีดี ต่อไปนี้ขอมีเพียงแค่

ฉันและเธอ...ตลอดไป...


ทางอีกไกลที่ต้องผ่าน เดินคู่กันไว้อย่างนี้

เธอรู้ใช่ไหมหัวใจบางๆ มีบางครั้งอ่อนแอสิ้นดี

ขอให้มีคนปลอบใจ....ไม่ห่างกัน


รัก...ที่มีให้กันในวันก่อน

ไม่เคยเลือนลาง จางไปกว่านั้น

รัก...กลับดูเหมือนเพิ่มขึ้นทุกวัน

ยิ่งนานก็ยิ่งผูกพัน มีฉันย่อมมีเธอ


คู่ชีวิตที่มอบใจ คนสุดท้ายที่มีอยู่

ถ้าถึงวันนั้น ถึงวันชรา อยู่กันมาร่วงโรยทั้งคู่

ฉันรู้ดี

ต้องมีกัน

...วันสิ้นลม...






วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันที่ชั้นป่วย


ตื่นมาปวดหัวคลื่นไส้

อ้วกไปหนนึง เฮ้อ...กูเป็นอะไรวะ

สิ่งที่อยากได้มากกว่ายา

ก็คือกำลังใจและความห่วงใยจากเธอ

แค่เสียงผ่านปลายสายโทรศัพท์

มันคงทำให้ชั้นรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง....

แต่ไม่เป็นไรหรอก ถึงเธอจะไม่ได้โทรมา

สุดท้ายก็ทนคิดถึงเธอไม่ไหว ต้องโทรไปจนได้

ชั้นรู้สึกสงสารตัวเองจัง ที่ต้องโทรไปหาเธอ

เพื่อที่อยากให้เธอถามชั้นว่า "เป็นยังไงบ้าง?"

เพียงแค่สิ่งนี้เท่านั้น ที่ชั้นอยากได้ยิน

ขอบคุณนะ





วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

ภัยแล้ง


เมื่อตอนเย็นๆนั่งฟังข่าวว่าปีนี้ประเทศไทยจะประสบปัญหาภัยแห้งขั้นรุนแรง

มีการเตือนภัยว่าเกษตรกรนั้นจะลำบากในการปลูกพืชผล

แต่ก็มีเกษตรกรกลุ่มนึงที่เขาจะหนีการปลูกพืชที่ให้ผลผลิตดี มาเป็นปลูกข้าวโพดแทน

ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านกลุ่มนี้ปลูกอะไรก็ไม่ได้ผล เพราะไม่มีน้ำที่จะนำมาใช้ปลูก

จนวันหนึ่งได้มีแหล่งน้ำเล็กๆเกิดขึ้นมา และได้ทำให้ชาวบ้านได้ลืมตาอ้าปากกันได้จากการปลูกข้าวโพด

แค่แหล่งน้ำเล็กเท่านั้นเอง สามารถสร้างชีวิตของชาวบ้านได้...

หันกลับมามองพวกเราชาวกรุงเทพ น้ำที่เราใช้อย่างสะดวกสบายนั้น ได้ถูกดึง ถูกดูดมาจากบาดาล

เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าน้ำ้ที่มีอยู่ภายในกรุงเทพนั้นจะเหลืออยู่อีกสักเท่าไหร่

แต่ผมเชื่อว่าถ้าคุณเห็นสีหน้าของชาวบ้านที่เขาดีใจที่เขาได้มีแหล่งน้ำเป็นของตัวเองนั้น

คุณจะรู้สึกว่าคุณอยากจะใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อพวกเขาขึ้นมาเลยที่เดียวล่ะ

;)


วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

บ้าๆ

เมื่อคืนฝันว่า

แปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่า

ขนขึ้นเต็มตัวเลยฮ่าๆๆๆๆ

แต่ส่วนหน้าไม่ยักกะเปลี่ยนเป็นหมาป่าแฮะ

แอบเซงในฝันเพราะ น่าจะเแปลงร่างให้ให้หมดทั้งตัว

งี้ก็เท่ากับว่ามีแค่ขนงอกออกมาเฉยๆสิฟร่ะ!!!!

-*-

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

หนังชีวิต



หมดไปซะทีกับโปรเจคอันแสนเหนื่อยยาก

ตอนเย็นไปกินฉลองกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆ

มึนนิดหน่อย กลับมาถึงห้องที่เต็มไปด้วยกระดาษ ชีสที่อ่านตอนสอบอาทิตย์ที่แล้ว และ อุปกรณ์ทำโมเดล

เฮ่อออ ขอพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้จะตื่นมาเก็บนะ

วันนี้ตื่นมา ทำทุกอย่างที่อยากทำ เก็บห้อง ทำความสะอาดบ้าน อาบน้ำให้หมา และเขียนบลอก

ระหว่างที่งานทุกอย่างเสร็จ ได้มานั่งพักเหนื่อยและคิดว่า

ตอนส่งโปรเจคไป ทุกอย่างมันดูเหมือนจะจบแล้ว เราได้หยุดแล้ว

แต่ในความเป็นจริง

การทำงานและการใช้ชีวิตยังไม่มีทางจบ

มันก็คงเหมือนคล้ายๆกับการฉายหนัง ที่ระหว่างดูไปก็ย่อมมีการเปลี่ยนฟิลม์เพื่อที่จะให้หนังได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ในหนังจะมีตอนจบของเนื้อเรื่อง

แต่ในชีวิตจริงของผม หนังของผมมันยังไม่จบ และยังบอกไม่ได้ว่าฉายไปถึงไหนแล้ว

ต้นเรื่อง? กลางเรื่อง? หรือเป็นช่วงใกล้จบเรื่อง?

ตอบไม่ได้จริงๆ

แต่สิ่งที่ตอบได้ ก็คือ ชีวิตคือการเดินทางต่อไปและพอเจอกับสิ่งอะไรใหม่ๆ

;)

ปล. 1.เมื่อวานรู้เกรดวิชาสอบเขียนเรียงความของอาจารย์ไพโรจน์แล้ว ดีใจได้ B+ ว่ะฮ่าๆๆ
2. เพื่อนวุฒิมีจ๊อบมาให้ทำ ซึ่งจ๊อบนี้ดูน่าสนใจมากและไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งคงจะได้มีโอกาสได้ทำมันล่ะ
ตื่นเต้นเล็กน้อย ที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆ










วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

...


เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ

ทำไมกำลังใจมันหายไปไหนหมด

ไม่อยากคิด ไม่อยากเห็นอะไร

ถ้าสิ่งเราคิดมันทำให้เราเจ็บปวดใจ

ทำยังไงถึงจะหยุดคิดได้

รู้อยู่แล้วล่ะว่าสุดปลายทางมันจะเป็นยังไง

แต่ สุดท้ายก็ต้องพาตัวเองกลับมาอยู่ที่เดิม

เอาเป็นว่า ตอนนี้ชั้นจะเดินหน้าต่อไป สู้กับความเจ็บปวดที่อยู่ในใจ

ชั้นจะเลิกคิดไปเองแล้ว

จนกว่าวันนึงสิ่งที่ชั้นคิดมันเป็นความจริง

และถ้าสุดท้ายทุกอย่างมันทำให้ชั้นต้องเจ็บปวดอีก

ถึงตอนนั้นชั้นจะขอเจ็บเป็นครั้งสุดท้าย

และก็จะขอจากไปเฉยๆ

ก็เท่านั้นแหละ